pathompong's profile·÷±‡±RÕSïcKÿ35 -----¨‘°º...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
·÷±‡±RÕSïcKÿ35 -----¨‘°ºO108 เรื่องราวใน 1 ปี January 03 ที่หุบเขาอันหนาวเย็นแห่งหนึ่งชายคนนึงเ ดวงจันทร์นั่นมีสีเทา รำพึงถึงเรื่องราวในอดีต ยิ้มกับเรื่องที่คนอื่นไม่ยิ้มกัน คิดอะไรที่นอกกรอบต่างๆนาๆ แววตานั่นทนกับสีดวงจันทรืได้ไม่นาน เลยปิดลง พร้อมกับน้ำตา กระท่อมแห่งนั่นเป็นที่อยู่อาศัยของชายคนนั่น เหม่อมองฟ้าอีกครั้ง ทำไมหนอผู้คนถึงเอาความแน่นอนไม่ได้ บอกอย่างไร ก็ไม่ทำตามที่พูด คนเราชั่งหาความแน่นอนไม่ได้ เพราะความแน่นอนคือความไม่นอน นอนลงเถิด ไม่มีใครอีกแล้วที่เข้าใจเรา โอ้ละหนอ ลมพัดพา ใยเล่าเจ้าจึงพาความหนาวมาให้ข้า พาความสุขดึงความทุกขืไปจากข้า ช่างทรมานใจหนัก สายลมพัดผ่านใบหน้าอันแสนระทม ช่างมีความรู้สึกคุ้นเคย คุ้นเคยมื่ออยู่คนเดียว ช่างเปล่าเปลี่ยวแสนระทมระบมลึก แสนคำนึงถึงอดีตอันสุกงอม ใยเล่าปีกลายช่างเปลี่ยนผัน เปลี่ยนผันผันเปลี่ยนเร็วยิ่งนัก นอนลงเถิด นอนได้แล้วเจ้า ถึงมีความเหงาไว้เคียงข้าง หากโลกใบนี้ไม่มีคนเหงาเหมือนเรา ก็คงจะดีขึ้นมากเลยทีเดียว ผีเสื้อเอย เจ้ำจงนำพาวิญญาณของข้า สู้โปรโลกทางแห่งปัจฉิมนิพพาน ทางอันมีแต่แสงสว่างอันหาที่จักไม่ได้ พบกับโลกแห่งความสุขที่ไม่มีความทุกข์ จงนำข้าไปเถิด ข้าอยากหลุดพ้น หลุดจากหวงกรรมเลวร้ายแห่งนี้ พาวิญญาณข้าไปเสียที ผีเสื้อกับการเดินทางสู่นิพพาน 3/1/52 February 17 ความฝัน
ผมเคยฝัน....สมัยมัธยมผมเรียนวิชาภาษาและวรรณกรรม ผมได้เขียนงานส่งอาจารณ์ 1 ชิ้น เป็นเรื่องสั่นเรื่องเดียวที่ผมได้ผันเปลี่ยนความคิดมาเป็นคนที่ชอบสะสมความรู้แล้วเอามาแต่งเรื่องสั้น มีอยู่เรื่องนึงที่ผมอยากแต่งแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ตอนที่ผมคิดเรื่องสั้นที่ส่งอาจารย์เสร็จความคิดที่จะเขียนเรื่องใหม่ก็เกิดขึ้น ผมคิดพลอตเรื่องออกแต่ผมคิดไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไง สรุปว่างานเขียนนี้ก็ยังคงอยู่สืบไป มันอยู่ในความคิดของผม เปรียบเสมือนภูเขาไฟที่เย็นเยือกมานับพันปีทีเดียว --------- วันที่ 16 ผมมานั่งเขียนต่อที่ร้านเนต ปวดหัวกับทุกอย่าง กระดูกหัก สิวก็ไม่หาย ------- ผมเจอแหละ ---- เจอคอมเครื่องที่เขียนสเปชได้ ผมเชื่อแล้วว่าที่ห้องแลบภาคเรานั่นเขียนสเปชไม่ได้สักเครื่อง แต่เมื่อผมกลับมารักษาตัวที่บ้าน ผมยังไม่เคยลองเปิดเวบสเปชที่ร้าน 10 บาท (ร้านพี่แต๋วตากลม) มาได้เอาร้านเนี้ย.... 10 บาทเหมือนกัน ผมไม่เล่น 15 แหละครับ เบื่อครับ แพงครับ ไม่เหมาะสำหรับการทุ่มเวลาเพื่อเก็บเลเวลของเกมส์จริงๆ พูดถึงความฝัน เมื่อ2-3 วันก่อน ผมฝันว่าได้ไปเหยีบสนามกลางจิรนครอีกครั้ง ไม่ทราบคิดยังไงนะครับ อยู่ มอ ไม่ได้ประสบความสำเร็จด้านดนตรีไทยมากเท่าไรแต่ผมประทับใจเรื่องไปเที่ยวนะครับ ได้ประสบการณืเยอะมากครับแบบว่าหาที่ไหนไม่ได้หรอก อาจจะเป็นเรื่องที่ผมคิดถึงที่สนามกลางมากเกินไป ผมเป็นคนนึกอดีตเก่งน่ะครับ ชอบจำอะไรที่มันไร้สาระ เบื่อครับ คิดอะไรไม่ออก หิวครับแต่ไม่ได้หิวข้าว อยากให้กระดูกหายเร็วๆ สิวก็ไล่เท่าไรไม่ไปซักที ปวดหัวครับ ชีวิตตอนนี้เหมือนจำศีล ผมไม่น่ากลับมาเลยยยย ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องกระดูกซะก่อน นอนที่บ้านแม่ก้ไม่ค่อยมีความสุขหรอกครับทำอะไรไม่ได้เลย รู้สึกอึดอัด ทำอะไรไม่ค่อยได้อยากอยู่คนเดียวมากกว่า ผมว่าผมมีความสุขดีนะครับเมื่อได้อยู่คนเดียว เบื่อน่ะครับอยู่กับครอบครัว อยู่ร่วมกับคนที่เราอคติมานานนับ5 ปี ความเกลียดมันมากเกินไปแล้วครับ ไม่ต้องมาถามหรอกว่าใคร ให้ผมคิดอะไรตอนนี้คงยากนะครับ เสียงรบกวน ปวดหัวมาก ไม่มีอารมณ์คิดแน่นอน มันเป็นเรื่องปกตินะครับ เมื่อยู่ร้านเกมส์...... December 18 เยี่ยมบ้าน ตอนนี้ผมคงคิดได้แล้วว่า My spaces แห่งนี้อาจจะเป็นบ้านร้างแห่งนึง ที่เมื่อก่อนเคยครึกครืนมากจนลืมเปิดมันทุกวันไม่ได้ ทุกวันนี้ผมมีความรู้สึกว่า คำว่า เทรน มันเกิดขึ้นได้ทุกที สมมุติว่าผมยกตัวอย่างเรื่อง ลิสแบนในหลวงก็คงปฏิเสทไม่ได้ว่าทำไมผู้คนถึงใส่กันเยอะ ผมคิดว่าในหลวงท่านเป็นที่เคราพยิ่งต่อประชาชลชาวไทย แต่จากลิสแบนที่ถือว่าเป็น"เทรน"นั่นก็อาจจะมาจากใส่ตามกัน การที่เราใส่อะไรตามกันนั่นหมายความว่าเห็นคนใส่กันมากแล้วรู้สึกว่ามันเป็นที่นิยมดี ตัวเองเลยมีความต้องการที่อยากจะใส่เหมือนเพื่อนๆทำให้ตัวเองดูตามทันยุควมัยหรืออินเทรนตามยุคได้ เมื่อก่อนผมยังจำได้ว่าผมได้เข้าspacesบ่อยครั้ง เนื่องจากมีเพื่อนที่เข้ามาเล่นในส่วนนี้เยอะมากมาย ผมรู้จักการเขียนหนังสือแบบแปลกๆจากการที่ได้ลองเขียนหนังสือเองตามลำพัง วันนึงผมพบว่าการเล่นspacesเกิดความนิยมน้อยลง เท่าที่ผมตรวจดูสิ่งรอบข้างก็จะอธิบายได้ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจากการทำspacesคืออะไร ผมทำการพิสูจน์1เรื่องในตอนนี้ คุณจะเห็นได้ว่าผมได้ตั้งBlogก่อนหน้านี้ไว้1บล๊อก แล้วผมอยากทดสอบว่าใครที่สามารถเข้ามาคอมเม้นได้บ้าง เมื่อก่อนจะพบได้ว่ามีคนเข้ามาคอมเม้นblogผมเสมอไม่ว่าblogนั่นจะไร้สาระเพียงได้ หรือแค่เป็นการบ่นให้ผู้อ่านเข้ามาได้รับฟังกันเท่านั่น ซึ่งBlogที่ผมได้พิสูจน์นั่นเกิดขึ้นตรงกับที่ผมคาดคิดเอาไว้ คือมันจะไม่มีคนมาคอมเม้นเลย แม้แต่น้อย เหตุผลใหญ่ๆคงหนีไม่พบเวบไซด์ที่ให้บริการเหมือน window live spaces นั่นคือบริการของ hi5 ตัวผมเองก็ปฏิเสทไม่ได้ว่าได้ใช้บริการของเวบนี้อีกคน ผมได้รู้จักเวบไซด์นี้จากเพื่อนคนนึง(ปัจจุบัน เค้าลาออกไปเรียนที่อื่นแล้ว) ดังนั่นผมจึงมั่นใจได้ว่าทำไมคำว่า"เทรน"ถึงได้มีอำนาจเปลี่ยนวิทีการเข้าใช้บริการเวบไซด์ได้มากมาย วันนี้ผมลองมาเข้าบ้านหลังนี้ เทียบได้ว่าเป็นบ้านที่อยู่ในป่าใหญ่ที่เส้นทางเข้าป่าอาจจะไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไร เมื่อก่อนเคยมีทางเข้าที่สะดวกสบาย แต่ตอนนี้อาจถูกหญ้าปกคลุมแล้วเส้นทางอาจดูบิดเบี้ยวไปเยอะทำให้การเดินทางอาจไม่เป็นที่คุ้นเคยเหมือนแต่ก่อน จริงๆผมอาจจะสาธยายเรื่องการเยี่ยมชมบ้านหลังนี้เป็นฉบับนิยายไปเลย..ก็อาจทำได้ อาจต้องแปลกใจหน่อยว่าทำไมรูปผมถึงไม่ใส่ไว้ในBlogนี้ นั่นก็เพราะว่าผมเล่นคอมพิวเตอร์รุ่นลีนุก ซึ่งอาจจะใช้งานลำบากไปนิด เนื่องจากผมไม่คุ้นเคย และตอนนี้เรียกได้ว่าท้องไส้ของผมได้ร้องขึ้นมา เพราะว่าผมเป็นคนกินเยอะ เมื่อตอนเย็นผมได้รับประทานอาหารไปบ้างแต่เชื่อได้ว่าคนอย่างผมคงไม่อิ่มแน่ ทำไมตอนนี้ท้องมันร้องอีกเนี้ย- - ผมเข้ามาดูภายในบ้านหลังนี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ใครที่เผลอเข้ามาเยี่ยมบ้านนี้ก็คงต้องดีใจว่าผมยังทำMy spacesอยู่ เพราะผมคิดว่าจะไม่ทิ้งบ้านหลังนี้ไปไหนเช่นกัน ช่วง 1 ทุ่ม เดินเข้ามาในบ้านหลังนึง(เหนื่อยมาก)(หิวด้วย)เข้ามาดูในบ้านปัดกวาดเล็กๆน้อยๆภายในตัวบ้านยังดูสะอาดเหมือนเดิน ตัวหนังสือยังอยู่ครบทุกตัว เพราะผมเชื่อว่าคงไม่มีใครขโมยไป ตก 3 ทุ่ม รถข่นส่งJFKก็บอกผมว่าได้เวลาปิดบริการแล้ว ผมก็เลยตรวจดูห้องน้ำห้องส้วม เปลี่ยนดอกไม้ที่เสียแล้วสักหน่อย วันพรุ่งหรือไม่ก้อเร็วๆนี้ผมจะพาอุปกรณ์มาตกแต่งบ้นหลังนี้ใหม่ แต่ขอให้ผมไดมีเวลาว่างแบบจิงๆจังๆสักวัน ผมได้ไปหาซื้ออุปกรณ์ซ่อมบ้านและตกแต่งภายใน เพื่อเข้ามาปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้น่าอยู่มากขึ้น ตอนนี้เกือบ3ทุ่มผมมองไปยังหน้าต่าง เห็นรถJFKกำลังสตาฟรถซึ่งสัญญาณบอกให้ผมเตรียมตัวขึ้นรถ เพราะว่าใกล้จะกลับสู้โลกแห่งความจริงได้แล้ว นอกบ้านมืดสนิท ผมยังคิดถึงวันที่เรามาเลี้ยงฉลองที่บ้านหลังนี้้ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันลอยกระทง วันคริสมาตที่แสนหนาวเดียวดาย วันที่เธอผู้นั่นเคยอยู่ซึ่งนานมาแล้ว วันนั่นที่ผมเข้ามาตอนเที่ยงคืนแล้วมาตกแต่งบ้าน วันนั่นที่ผมหาแผ่นเพลงขนาดถึงขั้นพลิกฟ้าดินหามาเปิดที่บ้านอันแสนสุขนี้ให้มีเสียงเพลงดังเพื่อให้คนที่เข้ามานั่นได้ฟังเพลงที่ผมหามา เพื่อนบ้านของผมก็คงจะมีบ้านใหม่กันหมดแล้ว เพราะในป่าแห่งนี้ ณ วันนี้มีผมคนเดียวที่เข้ามาดูบ้านหลังนี้ตามลำพัง ผมคิดถึงสมัยเปิดบ้านใหม่ มันเป็นสีชมพูสวยงามสไตด์เกาหลี ตอนนั่นบ้านครึกคนมาก แต่ตอนนี้เงียบเหงาจับใจทีเดียว เสียงรถดังขึ้นผมเตรียมตัวลุกจากเก้าอี้ห้องครัว เดินไปยังหน้าประตูบ้าน ปิดประตู ล๊อกกุญแจ แล้วก็เช็ดลูกกลอนเล็กน้อย เดินไปยังทางที่มืดสนิท สู่รถJFKขึ้นรถแล้วนอนหงายหลัง แวบตาสุดท้ายมองบ้านหลังนี้อรกครั้งก่อนที่จะจากไปอย่างช้าๆ ปฐมพงศ์ สุวรรณแท้ โหมโรงเยี่ยมวิมาน 18 12 50 November 24 ลอยความเหงาสู่ความเดียวดาย![]()
October 07 ได้อย่างเสียอย่าง(บ้านเกิดเมืองนอน๒)ระหว่างนี้ที่ผมเขียนสเปช ผมได้พักผ่อนที่บ้าน(วิมาน)(อยู่คนเดียว)----ทุกวัน) วันแรก----แม่อยู่ วันที่ 2 อยู่ยาว.....ระยะนี้เข้าหน้าฝนจึงทำให้อะไรหลายอย่างน่าเบื่อไปบ้าง เวลาเราตั้งใจที่จะทำอะไร ฝนตกนี้แหละที่เราเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ คนบางคนแม๊กระทั้งฝนตกก็ไม่อยากที่จะออกไปไหนเลย สำหรับผมแล้วฝนตกไม่ใช่เรื่องที่เป็นอุปสรรค ถ้าใจเราฝ่าฝันไปได้ ยอมเปียก ครั้งนึงเคยคิดว่า ถาฝนตกแรงจนไม่สามารถขับรถออกไปไหนได้ ก็จะต้องเสี่ยงขับไป เพราะถึงฝนจะตก ผมจะไม่ยอมให้ฝนมันมาทำลายกิจวัตรที่ผมต้องทำ บางครั้งหิวจนท้องไส้ปั่นป่วน ผมก็ต้องผ่าฝนออกไปให้ได้ นี้คือนิสัยผม อิอิ
เมื่อตอนเย็นวันนี้ผมไปนั่งคิดอะไรบางอย่างได้ขึ้นมานั่นคือความคิดที่จะกลับปัตตานีให้เร็วที่สุด ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผมกลับมาหาดใหญ่(ที่สบาย)ผมกลับไม่มีความสุข ผมกลับมาไม่ใช่ว่าไม่ชอบที่เมืองหาดใหญ่ แต่ผมไม่มีควานสุขกับหลายๆเรื่อง เรื่องครอบครัว เป็นต้น ผมไม่ชอบเข้าสังคมหมู่มาก ที่พูดนี้ไม่ใช่สังคมครอบครัวนะครับ ผมคิดว่าอยู่กับครอบครัวบางทีเราไปทำอะไรให้เค้าไม่พอใจ เกิดปัญหาเยอะมาก บางทีทะเลาะกันเรื่องรถมอเตอร์ไซด์ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องที่จะทำให้ทะเลาะกันเองภายในครอบครัว ผมเป็นคนที่ไม่ชอบการเผชิญหน้ากับอารมณ์ของคนในครอบครัว ผมเบื่อมาก เบื่อมานานแล้ว ผมกลับมาทั้งบ้านกินเจ ยกเว้นผม เวลาซื้อกับข้าวก็ต้องไปซื้อมากินเอง ผมขี้เกียจแบกหน้าไปขอตังส์แม่ เบื่อมาก หลายคนบอกว่าผมมีโลกส่วนตัวสูงก็ถูก มีอะไรหลายอย่างที่ทำให้ผมไม่มีความสุขเมื่อกลับมาบ้าน ผมคิดมาตลอดว่ากลับมาบ้านแล้วจะพักผ่อนให้มีความสุขบ้างหลังจากที่โดนทำงาน ว๊าก เกือบหูแตก เหนื่อยมาก เมื่อตอน อยู่ปัตตานี แต่พอกลับมาที่หาดใหญ่มันไม่ได้เหนื่อยแบบนั่น ผมเหนื่อยใจที่ต้องอยู่อย่างว่างๆไม่มีอะไรทำ ไม่มีโลกส่วนตัวที่พึ่งพอใจ อยู่ว่างๆ ตื่นมาก็ไปบ้านยาย ขอตังส์ เล่นเกมส์ ทำตัวชีวิตเหมือนลูกคุณหนู ว่างเกินไป น่าเบื่อทำอะไรมีแต่เรื่องเดิมๆ เจอแต่ของเดิมๆ
เพื่อนผมที่คบๆกันก็ถือว่าเป็นโชคชะตาที่ต้องศึกษาเล่าเรียน แยกกันคนล่ะทางที่เรียนคนล่ะที่ ไม่รู้จะอยู่พร้อมหน้ากันวันไหน วันเวลาผ่านไป คนก็เปลี่ยนไป ผมเชื่อตลอดว่าชีวิตของพวกเราทุกคนต้องมีหนทางของตัวเอง ชีวิตเราตอนนี้คิดเรื่องก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเดียว เมื่ออดีตมันคือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เราคิดๆไปก็ทำให้ยิ้มได้ครับ
เวลาผมนึกถึงใครในด้านดีไม่ดีก็เหมือนกันบางครั้งมันทำให้รู้น้อยใจในตัวเองเพราะว่าเรื่องบางอย่างที่ทำแล้วคนอื่นยอมรับ แต่ผมกลับห่วยในเรื่องนั่น เรื่องกีฬาผมห่วยแตกมาก แต่เรื่องดนตรีไทยผมมั่นใจว่าผมฝีมือดี แม้กระทั้งเรื่องเกมส์ บางทีผมเสียความรู้สึกถ้ารู้ว่าเด็กอายุ13-14 เล่นออดิชั่นเก่งกว่าผมหลายเท่า เรื่องเล่นเกมส์บางทีถ้าเล่นเก่งๆเลเวลสูงๆก็อาจดูดีมีระดับในมุมมองของคนที่เล่นเกมส์ด้วยกัน ผมเลยคิดๆในมุมมองที่แก้ขัดเฉพาะด้าน ผมว่าเราก็มีดีแต่คนอื่นเค้าอาจจะไม่มีสิ่งที่ดีเหมือนเรา บางทีเราห่วยด้านกีฬา แต่เรื่องวาดภาพกับดนตรีผมมั่นใจว่าไม่ด้อยกว่าใครถ้าไม่เจอคนที่เก่งกว่า แต่เอาเป็นว่าผมไม่ห่วยแน่นอน ด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องแบบนี้ทำให้ผมคิดอยู่แต่เรื่องตัวเอง บางทีอาจเห็นแก่ตัว ถ้าผมยังไม่ได้กินข้าวอาจจะอารมย์เสียได้ถ้าเจอเรื่องแบบนี้ เรื่องที่ดูหมิ่นหรือการเอารัดเอาเปรียบ
วันเวลาผ่านไป ผมรู้สึกว่ายิ่งเครียดกับผลคะแนนสอบ ผมไม่เคยมั่นใจซักครั้งที่จะคิดว่าจะเรียน ม.อ จบ4ปี ผมไม่ได้ดูถูกตัวเอง แต่มันแค่ไม่แน่ใจ ผลคะแนนเมื่อกลางภาคผมท้อใจเมื่อได้เห็น เสียวโครตๆพอๆกับเรื่องเอนทรานเมื่อปีก่อน มันเครียดมาก กลัวติดE แล้วมันจะโยงไปสู่ภาวะ เฟริด ในที่สุดผมไม่อยากคิดมากๆเพราะมันจะเครียดทำลายทุกสิ่ง กิจกรรมทุกอย่าง เวลาเครียดเรื่องอะไรก็ตามผมมักจะคิดว่ามีคนอื่นๆเครียดกว่าผมเสมอตลอดถ้าผมติดอีคนอื่นก็จะต้องติดด้วย555เพราะผมดูๆว่ามันก็ไม่ขยันมากไปกว่าผมเลย ในที่สุด1เทอมสำหรับเรียนม.อได้จบไป มันเหมือนเศษ1ส่วน8 แค่ 1/8 พี่ปี4บางคนบอกผมว่ามันเป็นเวลาน้อยนิดมากรวดเร็วแบบหาที่สุดไม่ได้เลย แต่ผมอยากจบเร็วๆ ผมมีความรู้สึกเครียดกับการเรียนการสอนที่ผมในมหาลัย คะแนนแค่ไหนก็แค่นั่น ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่สวนกระแสในเมื่อครั้งเรียนมัธยมที่ญ.ว2อย่างสิ้นเชิง การเรียนก็เข็มข้นหายใจแทบไม่ทัน อาจารย์เหมือนหุ่นยนต์(บางท่าน)มีโปรแกรมไว้เพื่อสอน สิ่งที่ตอบแทนคือเงินเดือน(อย่างนั่นเหรอ) ปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกแย่กับชีวิตการเรียนเหมือนกัน เพื่อนผมเรียนเก่งกว่าผมก็เยอะ บางทีผมก็คิดว่าบางคนจบจากสายวิทย์อาจได้เปรียบกว่านั่นก็อาจจะมีส่วนเหมือนกัน ด้านดีกรีผมเทียบไม่ติดเลย เนื้อหาที่เค้าเรียนมาแต่ผมไม่ได้เรียนมา อาจเป็นเรื่องที่ต้องบอกว่าเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดมากทีเดียว ป.ล ผมขอหยุดเขียนเพียงเท่านี้ก่อนเพราะร้านจะปิดแล้ว ที่ผ่านมาผมขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกคนที่เข้ามาอวยพรวันเกิดผมทุกคน ผมประทับใจมากที่สุด ผมรู้สึกว่าชีวิตผมมีความสำคัญทำให้อยากมีชีวิตถึงวันนี้แหละวันข้างหน้า ขอบคุณรูปแนวEmoสวยๆจาก Hi5 ของน้องคนนึง ผมชอบมากๆครับ
|
เข้าชมคลิกๆเลย
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|